
อันดับ 5
ศิลปิน : อพาร์ทเม้นต์คุณป้า
อัลบั้ม : Romantic Comedy
Producer : ภากร มุกสิกบุญเลิศ
Lable : Sexy Pink
วงดนตรีที่มีเสน่ห์อย่างล้นเหลือในทุกๆด้าน ทั้งเนื้อเพลง ความสามารถของสมาชิกในวงแต่ละคน การเล่นสด รวมไปถึงแนวคิดอันน่าสนใจที่พวกเขาสื่อผ่านเพลงออกมา เพลงที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจจากผู้สร้าง รวมทั้งสร้างสรรค์แรงบันดาลใจให้กับผู้รับ จากทุกโน๊ตของทางดนตรี และถ้อยคำที่เลือกใช้ในเพลง...แล้วอพาร์ทเม้นต์คุณป้าก็ส่งผลงานเต็มอัลบั้มที่สอง 'Romantic Comedy' มาให้เราซึมซับแรงบันดาลใจจากพวกเขากันต่อ...
ในงานชุดนี้ อพาร์ทเม้นต์คุณป้าชัดเจนขึ้นในแนวทางดนตรีแบบ Rock 'n Roll แทบจะเต็มตัว และคมคายขึ้นในในเรื่องของเนื้อเพลงและการสื่อสาร ที่น่าจะสื่อถึงผู้คนส่วนมากได้เยอะขึ้นกว่าบทเพลงใน Bangkok Lovestory ที่เนื้อเพลงค่อนข้างจะเป็นปรัชญาแบบส่วนตัวของ'ตุล'มากกว่า แต่ในชุดนี้เขาเลือกใช้ประเด็นที่ตรงไปตรงมาจากเรื่องต่างๆในสังคม แต่ก็ยังมีมุมที่เป็นความเป็นตัวเองของเขาด้วยอยู่ดี ซึ่งก็ทำออกมาได้ดีเยี่ยมทั้งสองทาง
อีกหนึ่งบทบาทใหม่ของนักดนตรีคนนึงที่หายหน้าไปนานพอควร ก็คือบทบาทของ Producer ในอัลบั้มนี้ของ 'บีม - ภากร มุกสิกบุญเลิศ' มือเบสมากฝีมือแห่ง Siam Secret Service ที่ยุติบทบาทของวงลงตั้งแต่เมื่อ 10 ปีที่แล้ว และการกลับมารับบท Producer ของเขาในครั้งนี้ คงจะเป็นอีกส่วนสำคัญที่ทำเพลงเพลงของอพาร์ทเม้นต์คุณป้าพัฒนามาในทางที่เป็นอยู่ในตอนนี้
วงดนตรีวงนี้ จะต้องเป็นอีกหนึ่งหัวหอกสำคัญของวงการเพลงไทยในยุคต่อจากนี้อย่างแน่นอน และน่าจะเป็นกำลังสำคัญไปอีกนานเสียด้วย...
เพราะผลิตภัณฑ์ของพวกเขารับประกันถึงหนึ่งร้อยปี!
* อพาร์ทเม้นต์คุณป้า ประกอบไปด้วย
ตุล ไวฑูลเกียตริ - ร้องนำ
ปิยนาถ โชติกเสถียร - กีต้าร์
กันต์ รุจิณรงค์ - กีต้าร์
ทรรศน์ฤกษ์ ลิ่มศิลา - กลอง
ภู่กันต์ สันสุริยะ - เบส
อันดับ 4
ศิลปิน : Big Ass
อัลบั้ม : Begins
Producer : Big Ass
Lable : Genie Records
ในขณะที่แวดวงดนตรี Metal บ้านเราดูจะเงียบเหงาลงไปจากกระแสหลัก แต่วงดนตรีที่อยู่กับค่ายเมเจอร์ยักษ์ใหญ่ในประเทศไทยอย่าง Big Ass กลับเลือกที่จะกลับสู่รากเหง้าของตัวเอง ด้วยวัยที่โตมากับดนตรีแบบ Metal มาสนองตัวเองในงานชุดล่าสุด 'Begins'
นี่อาจจะเป็นได้ทั้งอัลบั้มที่ยอดเยี่ยมที่สุดของ Big Ass หรืองานที่ประสบความสำเร็จน้อยที่สุดของ Big Ass หรือมันอาจจะเป็นพร้อมกันสองอย่าง ....
กับอีกกระแส ที่ว่าอัลบั้มนี้ของ Big Ass นั้น 'ลอก' ผลงานของศิลปินต่างประเทศหลายๆวงมาเป็นของตัวเองนั้น ก็คงจะเถียงไม่ได้สำหรับคำว่า'อิทธิพล'เพราะพวกเขาก็บอกอยู่แล้วว่าทำอัลบั้มนี้ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากเพลง Metal ในยุคที่พวกเขาเติบโตมา แต่ถ้าหากจะฟังกันให้ดีแล้ว ทุกเพลงในอัลบั้มชุดนี้ของ Big Ass มี'ความจริงใจ' เป็นส่วนประกอบอยู่มาก จนทำให้เรารู้สึกได้ถึงความเป็น Original ของพวกเขาเอง มากกว่าที่จะได้กลิ่นของอิทธิพลที่พวกเขาได้รับมาจากศิลปินต่างประเทศ และทำให้เราเผลอรำพึงกับตัวเองได้ว่า "Big Ass ชุดนี้เจ๋งโคตร!!!"
นี่คือวงดนตรีอีกวงที่น่าจะมีเส้นทางอีกยาวไกลบนถนนเส้นทางแห่งนี้ พวกเขาผ่านทั้งปัญหาหนักหน่วง จนถึงขั้นที่แทบจะต้องยุบวง และทิ้งเรื่องราวของตัวเองเอาไว้เบื้องหลัง แต่ในที่สุดพวกเขาก็กลับมาได้ กลับมาอยู่ในจุดที่น่าจะเรียกได้ว่า พวกเขาคือวงดนตรีชั้นแนวหน้าของประเทศในเวลานี้แล้ว
โดยที่ผมเชื่อว่า อีกไม่นานคำว่า'ตำนาน' จะเป็นสิ่งที่ Big Ass จะคว้ามาครองได้!
*Big Ass ประกอบไปด้วย
เอกรัตน์ วงศ์ฉลาด - ร้องนำ
พูนศักดิ์ จตุระบุตร - กีต้าร์
อภิชาติ พรหมรักษา - กีต้าร์
พงษ์พันธ์ พลสิทธิ์ - เบส
ขจรเดช พรหมรักษา - กลอง
อันดับ 3
ศิลปิน : บอย โกสิยพงษ์
อัลบั้ม : Rhythm&Boyd E1even1h
Producer : บอย โกสิยพงษ์
Lable : Love is
อัลบั้มเต็มชุดใหม่จากเจ้าพ่อเพลงรัก 'บอย โกสิยพงษ์' โดยออกมาเป็นรูปแบบของการให้ Download จากเว็บของ True ก่อนที่ตัวแผ่นจริงๆ น่าจะวางขายประมาณต้นปี 2550 ถือเป็นการทดลองตลาดแบบใหม่ และสร้าง Loyalty ไปด้วยในตัว ส่วนจะได้ผลหรือไม่ คงต้องรอดูกันต่อไป เมื่อถึงเวลาที่งานชุดนี้ถูกทำออกมาขายในรูปแบบ CD อีกทีหนึ่ง
งานอัลบั้มนี้ ถือเป็นงานอีกสไตล์ที่เราเพิ่งจะเคยได้ยินได้ฟังจากบอย ด้วยดนตรีแบบ R&B ยุคใหม่ ที่ผสมผสานกับการร้องแบบกึ่งๆ Hip-Hop รวมถึง Beat ที่ออกไปทาง Hip-Hop มากกว่าผลงานเพลงในทุกๆอัลบั้มที่บอยเคยทำมา จึงทำให้อัลบั้มนี้ของบอย เต็มไปด้วยความตื่นเต้นเมื่อได้รับฟัง สไตล์การร้องแบบรัวเร็วจนแทบฟังไม่รู้เรื่องที่หลายคนติ แต่ผมกลับคิดว่ามันเป็นสไตล์ที่ฟังแล้วไม่พยายามจนเกินไป และฟังแล้วไม่เฝือแถมยังน่าจะได้อารมณ์กว่าการร้องแบบธรรมดาทั่วไป แต่ในทางกลับกัน มันก็ฟังออกมาได้เป็นธรรมชาติ และไม่ฝืนจนเกินไป นี่น่าจะเรียกได้ว่าเป็นจุดเด่นที่หลายๆคนที่พยายามจะทำดนตรีแบบ R&B ไม่สามารถทำได้..
หากงานชุดแรก 'Rhythm&Boyd' นำเสนอดนตรี R&B ด้านสวยงาม ไพเราะ อัลบั้มที่สอง 'Simplified' เน้นความเรียบง่ายไพเราะ อัลบั้มที่สาม 'Million ways to love' คือบทเพลงที่ให้กำลังใจและการมองชีวิตในแง่บวก 'Rhythm&Boyd E1even1h' ก็คงจะเป็นตัวแทนของเพลง R&B ในยุคปัจจุบัน ที่แทบจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับดนตรีแบบ Hip-Hop ซึ่งทั้ง Rhythm&Boyd และ E1even1h นี้ ต่างก็สะท้อนเพลง R&B ในช่วงเวลาที่มันถือกำเนิดขึ้นมาทั้งสองอัลบั้ม
ผมจึงค่อนข้างสับสนและงง ที่มักจะมีหลายคนยกเอาอัลบั้ม E1even1h ไปเทียบกับ Rhythm&Boyd เพราะหากจะว่ากันด้วยตัวดนตรีแล้ว แทบจะไม่เหมือนกันเลยด้วยซ้ำ จึงไม่น่าที่จะเอาไปเปรียบเทียบกันได้ ดังเช่นผลงานของบอยในอัลบั้มเต็มทุกอัลบั้ม ที่ออกมาไม่เคยจะซ้ำแนวกันนั่นแหละครับ
แม้ Rhythm&boyd จะเป็นอัลบั้มที่ยอดเยี่ยมและเป็นตำนานของวงการเพลงไทยซักเท่าใด สำหรับผมแล้ว E1even1h ก็ถือว่าเป็นอัลบั้มภาคต่อที่สมศักดิ์ศรีอยู่ดี
อันดับ 2
ศิลปิน : Sleeper One
อัลบั้ม : Difference
Producer : Sleeper One
Lable : No more belts
Concept Album ไม่ใช่งานในลักษณะที่เราจะได้เห็นได้ฟังกันบ่อยนักในวงการเพลงเล็กๆของบ้านเรา และ Difference คืออีกหนึ่งงานที่เราไม่ได้พบเห็นและฟังกันมานาน
ผมว่าผมคงไม่ได้พูดเกินไปนัก ถ้าหากจะบอกว่างานชุดนี้คือผลงานระดับ Master Piece ของวงการเพลงบ้านเรา มันมีความพร้อมในทุกๆด้านไม่ว่าจะเป็นภาคดนตรีหรือเนื้อหา
สรรพสำเนียงของเครื่องดนตรี ทั้งดีด สี ตี เป่า ทั้งเพลงร้องและเพลงบรรเลง คือส่วนเติมเต็มให้กันและกัน หากขาดส่วนใดไปซักหนึ่ง นั่นหมายถึงอัลบั้มนี้อาจจะไม่สมบูรณ์แบบอย่างที่มันเป็นอยู่ก็ได้ ด้วยสำเนียงของนักดนตรีแต่ละคนที่เลือกเฟ้นมาอย่างดีสำหรับเพลงนั้นๆ หรือแม้กระทั่งนักร้องแต่ละคน ต่างก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างสมบูรณ์แบบ ภายใต้การควบคุมดูแลของ Sleeper One เพียงคนเดียว ที่ทำหน้าที่ควบคุม'ความต่าง'ของแต่ละคน ผสมลงไปในดนตรีของเขา
ด้วยบทเพลงถึง 30 กว่าเพลง จึงถือได้ว่านี่เป็นอัลบั้มที่ต้องใช้สมาธิอย่างสูงในการที่จะฟังและเก็บเกี่ยวเนื้อหาที่ Sleeper One ต้องการจะสื่อทั้งหมด จากทั้ง 3 แผ่น 3 ช่วง คือ Difference Part 1-2 และ EP.Post-Past แต่ด้วยความไพเราะของบทเพลงทั้งหมด มันจึงไม่ใช่เรื่องยากเลย ที่เราจะฟังมันไปจนจบ และถึงแม้จะเลือกฟังแยกออกมาเป็นเพลงๆ มันก็ยังไม่ได้สูญเสียความไพเราะหรือเนื้อหาเฉพาะตัวในแต่ละเพลงไปอยู่ดี
ปฏิเสธไม่ได้แล้วว่า Sleeper One คือนักแต่งเพลงและนักดนตรีที่เข้าขั้นอัจฉริยะอีกคนหนึ่งไปแล้ว ทั้งไอเดียและการเรียบเรียงดนตรี หรือแม้กระทั่งฝีมือในการเล่นกีต้าร์ด้วยก็ตาม สำหรับผมแล้วในงานเดี่ยวของ Friday ที่แยกออกมาทั้ง 3 คน Sleeper One สร้างสรรค์งานออกมาได้น่าสนใจมากที่สุด
และผมก็ยินดีเหลือเกิน ที่อัลบั้มนี้เกิดขึ้นมาในบ้านเรา เพราะมันทำให้วงการเพลงไทยมีผลงานระดับ Masterpiece มากขึ้นอีกหนึ่งชิ้น!
* Sleeper One คือ
เกรียงไกร วงษ์วานิช มือกีต้าร์แห่งวง Friday

อันดับ 1
ศิลปิน : Lullaby
อัลบั้ม : Sweetz Nightmare
Producer : Koichi Shimizu , Lullaby
Lable : Spicy Disc
Lullaby ในตอนนี้ อาจจะยังเป็นแค่วงดนตรีหน้าใหม่วงหนึ่ง แต่ดูจากผลงานเพียงชุดแรกที่ออกมา มันดูไม่เหมือนกับวงที่เพิ่งออกอัลบั้มเต็มเป็นครั้งแรกเลย...
Sweetz Nightmare คือชื่ออัลบั้มแรกของ Lullaby และชื่อนั้นก็สามารถอธิบายภาพรวมของผลงานชิ้นที่ผมเห็นว่ายอดเยี่ยมที่สุดในปีนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ฝันร้ายอันแสนสวยงาม...คือภาพรวมของงานชุดนี้อย่างแท้จริง ดนตรีในโทนมืด แต่ไม่หม่น เนื้อเพลงที่ออกไปในทางบทกวี ซึ่งเขียนออกมาได้อย่างสวยงามเป็นอย่างมาก..มากซะจนพร้อมที่จะทำให้เราหัวเราะ ร้องไห้ มีกำลังใจ ไปกับเสียงดนตรีของพวกเขา และอีกหนึ่งที่ทำให้ Lullaby แตกต่างอย่างเหนือกว่าในบรรดาวงดนตรีรุ่นใหม่ที่เกิดขึ้นมามากมายก็คือ น้ำเสียงและวิธีร้องของนักร้องนำที่แสนจะโดดเด่นแบบที่คงมีเขาคนเดียวที่สามารถร้องแบบนั้นได้ มันทำให้เพลงของ Lullaby สามารถมาชีวิตขึ้นมาได้จริงๆ!
ทุกเพลงล้วนมีเสน่ห์เฉพาะตัว แต่ทุกเสน่ห์ในแต่ละเพลง เมื่อนำมารวมกันแล้ว ก็จะยิ่งทวีเสน่ห์เหล่านั้นให้มากขึ้นไปอีก และนั่นก็คือจิ๊กซอว์ของคำว่า Sweetz Nightmare นั่นเอง
พูดตามตรงว่า ผมแทบไม่เคยรู้สึกไปกับเพลงอัลบั้มใดมากกว่านี้เลย ทุกเพลงในผลงานชุดนี้พร้อมจะพาเราโลดแล่นไปกับมันในทุกอารมณ์ที่ Lullaby สื่อออกมาผ่านเพลงของพวกเขา มันทำให้ผมรู้สึกได้ว่า ทุกเพลงในงานชุดนี้มันมีจิตวิญญาณของตัวเองอยู่
Lullaby ไม่ได้มีฝีมือในการเล่นดนตรีเหนือไปกว่าใคร , Lullaby ไม่ได้มีสมาชิกในวงที่หน้าตาดูดีไปกว่าใคร , Lullaby ไม่ได้มีความเป็น Original ในเพลงของตัวเองมากไปกว่าใคร
แต่ Lullaby สามารถถ่ายทอดจิตวิญญาณของตัวเองออกมาเป็นเพลงได้ดีกว่าใครๆก็เท่านั้นเอง เพียงเท่านั้นก็ทำให้ Lullaby สามารถสร้างอัลบั้มที่ยอดเยี่ยมออกมาได้แล้ว
*Lullaby คือ
โชตินันท์ ธีรธรรมารักษ์ - ร้องนำ
พีรณัฎฐ์ อุไรรัตน์ - เบส
ธราพงษ์ จิตรพิทักษ์เลิศ - กีตาร์
ชัยพจน์ เศรษฐยานนท์ - กลอง
===============================================
อาจจะไม่ตรงกับความเห็นของใคร ก็ขออภัยนะครับ เพราะนี่เป็นเพียงความเห็นของผมก็เท่านั้น
นี่คือเพลงที่อาจจะยอดเยี่ยม และอยากให้ทุกคนได้ฟังกันประจำปีนี้นะครับ :D
สุดยอดด