2008/Aug/18

เสรีภาพ... หรือในที่นี้ข้าพเจ้าจะขอหมายถึงสิทธิเสรีภาพ หากทุกท่านต้องการที่จะเจาะจงในความหมายที่ชัดเจนมากขึ้น ข้าพเจ้าเคยมองไปทางมันครี่งแล้วครั้งเล่าด้วยสายตาเฉยเมย ไม่ต่างไปจากในขณะที่ข้าพเจ้าเปรยตามองไปยังพ่อค้าขายน้ำเต้าหู้ที่เข็นรถผ่านหน้าบ้านข้าพเจ้าไปทุกวัน ดวยความเชื่อและความชินชาของตัวข้าพเจ้าเอง ที่ตัดสินไปในยามนั้น ว่ามันเป็นเพียงคำพูดสวยหรูให้คนในวัยหนุ่มสาวเอาไว้พูดถึง เมื่อยามที่ตนต้องการจะทำอะไรตามแต่ใจตัวเองขึ้นมาสักอย่างหนึ่ง ไม่ต่างไปจากการมองดูหนุ่มสาวเหล่านั้นควานหาน้ำเต้าหู้เพื่อดื่มดับกระหายเป็นครั้งคราวเท่านั้นเอง ทั้งๆที่ในชีวิตประจำวันอันจริงแท้ของพวกเขา คงจะเลือกน้ำอัดลมมาเพื่อใช้ดับกระหายเสียมากกว่า อาจจะด้วยความที่มันถูกใช้อย่างมากมายด้วยนัยอันตื้นเขินจากผู้ใช้ในหลายๆโอกาส จึงทำให้ข้าพเจ้าเห็นคุณค่าของคำว่า'สิทธิเสรีภาพ'น้อยลงจนน่าใจหาย ไม่ต่างไปจากที่ข้าพเจ้าเห็นคุณค่าของน้ำเต้าหู้ลดลงอย่างน่าใจหาย เพียงเพราะมีคนนำมันมายื่นให้ถึงหน้าบ้านแทบทุกวันนั่นเอง

ณ ที่นี้ ข้าพเจ้าจะไม่ขอพูดถึงสิทธิเสรีภาพในระดับประเทศหรืออะไรทำนองนั้น เพราะนั่นอาจจะดูใหญ่เกินตัวของข้าพเจ้าไป... ข้าพเจ้า มนุษย์หนุ่มที่เพิ่งจะเริ่มสังเกตุสังกาเห็นถึงคุณค่าของเสรีภาพขึ้นมาบ้างอย่างข้าพเจ้า ถึงแม้จะเป็นการเห็นคุณค่าของมันในเวลาที่บางสิ่งบางอย่างเริ่มจวนตัวและบีบคั้น จนทำให้เราต้องยอมรับ และเห็นในคุณค่าของมันอย่างเสียมิได้ก็ตามที อย่างน้อยก็ยังดี ที่ข้าพเจ้ามองเห็น ...

แต่ด้วยเพียงการมองเห็นของข้าพเจ้า ก็มิอาจจะทำให้ข้าพเจ้าหยิ่งผยอง หรือยกตัวเองว่าเป็นปัญญาชนเหนือผู้อื่นแต่อย่างใด เพราะแท้ที่จริงแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นกับข้าพเจ้าหลังจากมองเห็นคำว่าเสรีภาพ เห็นจะมีแต่เพียงความสงสัยก็เท่านั้น... ว่าทำไมกับบางคนแล้ว เขากลับเลือกที่จะหลบอยู่ในเหลี่ยมมุมบางแง่แง่ง เพื่อเร้นกายให้พ้นจากอะไรบางอย่าง แม้สิ่งนั้นจะเป็นสิทธิของตัวเราเอง แต่เรากลับยอมให้อำนาจบางอย่าง ที่อาจจะไม่มีแม้กระทั่งตัวตนอยู่จริงมาบีบบังคับเรา ให้เดินไปตามทางที่มันต้องการ ซึ่งก่อให้เกิดความยำเกรงต่ออำนาจที่ไม่ควรจะมีอยู่จริง จนในที่สุดก็กลายเป็นความเคยชินไปในที่สุด และทำให้เรามิกล้ากับการที่เพียงแค่จะใช้สิทธิเสรีภาพที่เรามีอยู่ และความรู้สึกที่ความเป็นจริงเหล่านี้นำมามอบให้ข้าพเจ้า เห็นจะมีเพียงความทุกข์ก็เท่านั้น...

และข้าพเจ้ายังคงสงสัยว่า แท้จริงแล้ว เหล่านี้นั้นเป็นแผนการที่ใครเป็นคนก่อร่างมันขึ้นกันแน่ หรือแท้จริงแล้วเป็นเพียงจิตใต้สำนึกของมนุษย์เราทุกผู้นามกันแน่? ถ้าเป็นเช่นนั้น เป็นที่แน่นอนแล้ว ว่าข้าพเจ้าคงไม่ใช่มนุษย์! การได้รับคำชมว่าปฏิบัติดี ประพฤติดี กลายเป็นสิ่งพื้นฐานที่มนุษย์เราต้องการ และเพื่อสิ่งนี้.. มนุษย์เหล่านั้นต่างก็พากันเดินก้าวตามไปอย่างว่าง่าย หากแม้ก้าวออกจากขอบเขตแถวเรียงหนึ่งที่ถูกขีดกั้นเอาไว้ 'คนชายขอบ'จะกลายเป็นคำที่ถูกประทับลงบนหน้าผากของคนเหล่านั้น... เห็นหรือไม่ ณ ที่ที่ข้าพเจ้ายืนอยู่ในขณะนี้ การที่เราเลือกจะเป็นแบบไหน เรายังจำต้องรอคำพิพากษากันเลยทีเดียว ซึ่งมันทำให้บัดนี้ ข้าพเจ้ามองไม่เห็นความเคารพในตัวตน หรือความเคารถในเสรีภาพของตัวเองนั้นอยู่กับพวกเราอีกแล้ว...

ข้าพเจ้าอาจจะเป็นคนชายขอบ ข้าพเจ้ายอมรับและภูมิใจ ข้าพเจ้ากลายเป็นคนชายขอบตั้งแต่ได้นั่งคำนึงถึงความต่างระหว่างเสรีภาพและน้ำเต้าหู้นั่นแล้ว จนกระทั่งได้พบกับเสรีภาพแบบเต็มตา เสรีที่จะคิด เสรีที่จะทำ ข้าพเจ้าคงมีความสุขดีในโลกของเหล่าคนชายขอบ และคงจะไม่เป็นเดือดเป็นร้อนนัก ถ้าหากเหล่าคนที่อยู่ ณ ใจกลางเพียงแต่จะอยู่ในโลกอันสงบสุขของพวกเขาไป โดยไม่ต้องแวะเวียนกันเข้ามามอบความหวังดีให้กับพวกข้าพเจ้ามากนัก แต่หากในกาลปัจจุบันแล้ว สิ่งที่พวกเขาทำ กลับไม่ใช่เพียงการเดินไปตามทางที่พวกเขาเชื่อ แต่พวกเขาพยายามที่จะยื่นมือออกมาเพื่อจะปิดตาข้าพเจ้า รวมถึงเหล่าพวกพ้องของข้าพเจ้า และพยายามที่จะลากจูงข้าพเจ้าให้เดินไปตามทางแห่งความถูกต้องและดีงามของพวกเขา ซึ่งข้าพเจ้าคงต้องขออภัย ที่ไม่อาจเห็นสิ่งดีงามและศาสดาของพวกท่าน รับเอามาเป็นสิ่งดีงามและศาสดาของข้าพเจ้าได้

ข้าพเจ้ารักในโลกเสรีของข้าพเจ้าเป็นอย่างยิ่ง ข้าพเจ้ารักที่จะเสพงานศิลปะในแง่ที่มันเป็นงานศิลปะ มิใช่สิ่งที่คอยสร้างภาพอันดีงามหรือคอยยกหางอุ้มชูองค์กรใด และขออภัยที่ข้าพเจ้าไม่เห็นว่าการเสพสังวาสกันจะเป็นเรื่องผิดบาปแก่ใคร เพราะข้าพเจ้ามิได้ไปบังคับขืนใจใครให้มาเสพสังวาสกับข้าพเจ้าแต่อย่างใด

ข้าพเจ้าคือมนุษย์... ข้าพเจ้าคิดว่ามนุษย์ถูกสร้างขึ้นมาให้มีกิเลส เพื่อแสดงความตื้นลึกหนาบางของตัวตน หรืออาจจะพูดได้ว่า กิเลสนั้น ทำให้มนุษย์เราต่างก็มีความสวยงาม และดำมืดไปในคราวเดียวกัน ดังนั้น ข้าพเจ้าเลือกที่จะไม่หลบหนีสิ่งที่ตัวเองเป็น ด้วยการก้าวเข้าไปหาความเป็นนิพพานของท่านและศาสดาของท่าน ข้าพเจ้าสามารถและยินยอมตาย และเกิดใหม่อีกหลายร้อยหลายพันรอบ เพียงเพื่อจะตื่นขึ้นมาเพื่อเสพสมกับเสียงดนตรี รูปภาพ รวมถึงศิลปะแขนงอื่นๆ รวมถึงการเสพสังวาสที่พวกท่านหวาดกลัวหนักหนา ว่ามันจะผิดในประเพณีอันดีงามของท่าน แต่ข้าพเจ้าอยากจะบอกว่า ข้าพเจ้า สามารถนิพพานในความหมายของข้าพเจ้าได้หลายร้อยหลายพันรอบ ได้เท่าที่ข้าพเจ้าและพวกพ้องต้องการ แล้วท่านจะมาเดือดร้อนอันใดเล่า?

แน่นอน... ว่ามันอาจจะไม่ใช่ทางที่พวกท่านเลือกเดิน แต่นี่ก็ยังคงเป็นสิทธิเสรีภาพของข้าพเจ้ามิใช่หรือ? กรุณาอย่าได้เอามือที่ท่านทั้งหลายเชื่อว่ามันดีงาม มาสร้างความทุกข์ทรมานให้กับข้าพเจ้าอีกเลย โปรดปล่อยให้เราเป็นอิสระจากกันและกันเสียทีเถิด ...

--------------------------------------------------------

* มอบให้แก่โศกนาฏกรรมที่คนเราจะก่อให้กันและกันได้มากที่สุด .. http://trigger.exteen.com/20080613/entry

ขออนุญาต quote บางความเห็นใน blog นั้นมาแปะนะครับ

................sad smile

เซ็งวะ แค่เรื่องง่ายๆ ว่าสมควร ไม่สมควร มีผลกระทบ ไม่มี โตขนาดนี้ยังแยกไม่ออกกันอีกใช่ไหม?



แต่ก่อนเราก็พอชื่นชมผลงานนะ ...ไม่นึกว่าสิ่งที่ถกออกมาจากคนที่เคยบวชเรียน

ผู้ชาย ดีกว่าผู้หญิง คือการได้บวชเป็นพระ แต่สิ่งที่เห็นออกมานี้ไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าสูงขึ้นเลย ถอยหลังด้วยซ้ำ


ธรรมชาติคนที่เข้าใจ และรู้จริง พูดนิดเดียวก็รู้เรื่องกันแล้ว หวังว่าคงจะพอรู้เรื่องนะ อย่าเอาสิ่งที่ตนเองคิดมาเหมาทั้งหมดว่าคือสิ่งที่ถูกต้องซะหมด


ขอยกตัวอย่างกรณีที่ใกล้ตัวและเราเคยผ่านพบเจอคนเหล่านี้มาบ้าง (ส่วนใหญ่จะโดยตรง)

ถ้าการที่สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน ทั้งเพศชาย-หญิง มีพฤติกรรมที่มั่วราคะ จิตใจใฝ่แต่เรื่องผสมพันธุ์ ไม่สนใจเรื่องความดีงามนอกเหนืออย่างอื่น ผู้หญิงก็ท้อง ทำแท้ง(บาปตรงๆ อย่างหนึ่งล่ะ)ทั่วบ้านทั่วเมือง ผู้ชายก็ไปมั่วโดยไม่สนใจอะไร เกิดคดีฆ่า ข่มขืนอยู่ทุกวัน(แค่ศีล5ยังเอาไม่อยู่) ก็ไม่สมควรที่จะเรียกว่า สัตว์ประเสริฐ หรือมนุษย์เพราะเขาจะมีความคิด วิจารณญาณในการคิดใตร่ตรอง พฤติกรรมที่ได้รับการคัดกรองอย่างถี่ถ้วนมาก่อนว่าสมควรหรือไม่ และต้องเป็นในทางที่ดี ก่อเกิดประโยชน์กับตนและส่วนรวม


รู้สึกอีกอย่างหนึ่งโดยส่วนตัวที่อยากจะแย่ง เราก็เป็นเด็กอาทไม่มากก็น้อย เคยเห็นการถ่ายภาพแนวที่ต้องดูหุ่น สรีระมนุษย์ตั้งแต่เด็ก ทำงานมาทั้งด้านสื่อสารมวลชน รัฐก็ทำ รณรงค์ก็ไม่น้อย ระหว่างคำว่า สิ่งที่เผยแพร่นี้มันเป็นศิลปะ

มันอาจจะใช่นะ ถ้าขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการนำเสนอ

แต่ศิลปแนวนี้จะคาบเส้นบางๆ กับคำว่า "อนาจาร"

ถ้าจุดสนใจของคุณอยู่ที่การเอา นัวเนียกัน ก็ไม่ต่างอะไรกับที่คุณดูหนังเอวีต่ำๆ ด้วยทัศนคติที่ว่าทำให้เวลาชีวิตจริงคุณอาจช่ำชองขึ้นมั้ง

ศิลปะแนวนู๊ดที่สร้างสรรค์ ก็มีเยอะ แต่สิ่งที่เขาสื่อจะไม่มี "อนาจาร" แม้แต่นิดเดียว


ถึงมันจะเป็นแค่หนังละคร

เรายังเคยลุ้น ร้องไห้ ดีใจ เศร้า โกรธ รัก ฯลฯ ไปกับตัวละครเลย

ประสาอะไรกับเด็ก?

เขาแยกแยะออกได้อย่างชัดเจนเท่าผู้ใหญ่ไหม?

เมื่อต้นปีข่าวก็ออกมาชัดๆ เด็กป...ลากเด็กผู้หญิงไปข่มขืนเพื่อเลียนแบบในหนัง

(ถ้าเป็นลูกสาว-ลูกชายคนที่มาแย้งนี้คงดีใจนะ ลูกตัวเองก้าวหน้าเกินวัยไปเยอะ แต่คงยากส์ ผู้ชายที่ใฝ่แต่เรื่องกาม ผู้หญิงดีๆ เขาไม่เอากันหร่อก - ขอกัดตรงๆเถอะ)


หลุดไปละ

เราไม่ได้แอนตี้ฉากอย่างว่า แต่ก็อดไม่ได้ที่หนังหลายเรื่อง เสียดายนะ "ไม่น่ามีเลยแฮะ" ถ้าดูโครงเรื่องเป็นหนังที่น่าสนใจ ดี แต่ทำไมต้องมีด้วย ไม่มีจุดสำคัญอะไรเลยแม้แต่น้อย ถ้าการที่ไม่มี จะเป็นการประลองท้าทายฝีมือด้วยซ้ำว่า คุณจะทำอย่างไรให้น่าสนใจมากกว่าการขายเซ็กส์ซึ่งออกแนวสูตรสำเร็จ เช่นเรื่องที่หลายคนน่าจะคุ้นเคย ไททานิค นางเอกยอมแก้ผ้าให้พระเอกวาดรูป แต่ท้ายสุดก็ตัดออก ก็ยังไม่เสียอรรถรส เพราะมันไม่ใช่ประเด็นมาก อย่างมากแค่ให้คู่มั่นนางเอกตามล่าเท่านั้น


ในปัจจุบันนี้หลายคนได้กลายเป็นผู้ใหญ่ละ เราจะสอนอะไรคนรุ่นหลังกลับล่ะ?

คุณเลือกที่จะสอนในสิ่งที่ดี มีอยู่มากมาย ที่มนุษย์สัตว์ประเสริฐพึงมี หรือ

คุณเลือกที่จะสอนในสิ่งที่ดีสำหรับคุณฝ่ายเดียวเท่านั้น

--------------------

จบกระบวน




ปล.ถ้าสิ่งที่ชั้นพูดแค่นี้ยังจะมีคนมาแย้ง หาเรื่อง พาล ว่าการเผยแพร่ฉากผสมพันธุ์สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า "คน" ในหนัง+ละคร เป็นสิ่งที่ถูกต้อง......เฮ้อ เหนื่อยใจวะ ดูแค่สารคดี เอวีเพิ่มเติมคุณยังไม่พออีกเรอะ? ยังจะมายัดเยียดให้ใครหลายคนที่ยังดีๆ อยู่ ฉุดลงให้ "ต่ำ" เลย

แค่ปกติ..ทำพฤติกรรมซากบัวใต้คอนกรีตเสริมใยเหล็กอยู่แล้ว

By Zheng Yu [A]ming Kung © 郑玉明 on 2008-06-17 15:19

นับว่าเป็นความคิดเห็นที่ทำให้ผมนำมาเขียนเป็น Entry นี้เลยทีเดียว .. ใครมีความคิดเห็นแบบไหน ก็ช่วยกันลงเอาไว้หน่อยนะครับ เพราะสถานที่เกิดเหตุนั้น เจ้าของ Blog ได้ปิด comment ไปแล้ว

นกเพลง - อพาร์ทเม้นต์คุณป้า

คำร้อง,ทำนอง - ตุล ไวฑูลเกียรติ

เรียบเรียง - อพาร์ทเม้นต์คุณป้า

edit @ 18 Aug 2008 04:49:29 by soundsyndrome

Comment

Comment:

Tweet


lpnrolww fmvugyol mzuqkdkb
#18 by NAHbFeelJ (94.102.49.213) At 2009-08-14 18:19,
tfegddvb qenkitbo eouudyfd
#17 by JPLDwoOJrOVMCZuJnQn (89.248.172.50) At 2009-08-09 22:50,
oyafcwsj pavrwxtg umtounda
#16 by RmeZiwtLeiCtIepAWYV (95.169.190.71) At 2009-08-01 09:12,
ovxsswch fwjwjthl nazcbzty
#15 by KPEEtZQVDnAlc (95.169.190.71) At 2009-07-31 18:49,
mrilszwp gtxinxik dtrnjnbe
#14 by MsogTBqReNnOuGhy (95.169.190.71) At 2009-07-31 17:59,
kbucyxwo eadsnogd lxwzhrvu
#13 by OFzVuQqTXmLZWuVs (95.169.190.71) At 2009-07-31 17:10,
sgfifflm hzxuehou squvbixe
#12 by uIRcNFAa (95.169.190.71) At 2009-07-31 16:19,
nzjtulzn fwdabsyi gddjjdtg
#11 by VsNOgVQhnCaGGR (95.169.190.71) At 2009-07-31 13:46,
qdqwmljm bffxzfvh oablwsbt
#10 by qQuMVyFhgsrAC (95.169.190.71) At 2009-07-31 12:54,
YqcwOl dvrcboac nymyskgs fgytrpva
#9 by KgNWyLFQYG (89.248.172.50) At 2009-07-21 10:40,
ไม่หรอกปลา ลองอ่านดูดีๆ เราไม่ได้จะเปลี่ยนความคิดใครทั้งนั้น สุดท้ายแล้ว ที่เราขอมันก็แค่ 'มึงอย่ามายุ่งกับกูได้ไหม เพราะสิ่งที่มึงคิดว่าดี อาจจะไม่ดีสำหรับกูก็ได้' นั่นแหละ
#8 by soundsyndrome At 2008-08-25 19:25,
นานาจิตตังคับ ใครใคร่รับสิ่งใดรับ

ความคิดคนมันเปลี่ยนกันยาก
#7 by daranee At 2008-08-25 17:07,
Hot!
#6 by N.P At 2008-08-25 11:37,
อ่านแล้วน่ะ แต่หัวยังตื้อ ท้องยังอืดอยู่ ment ไม่ไหว เดี๋ยวมาอ่านแล้ว ment ใหม่
#5 by mindgrow At 2008-08-21 21:19,
แค่การที่จะให้มนุษย์ทุกคนมีเสรีภาพ
เส้นแบ่งก็จะหมดไปเลย เพราะอัตตาของทุกคนจะขยายตัวออกมามากมาย
ทางแก้ง่ายๆคือมนุษย์ทุกคนที่จะมีเสรีภาพก็ต้องยอมรับในเสรีภาพของคนอื่นด้วย
แต่มันยากจริงๆ มนุษย์เราส่วนใหญ่ก็สนใจแต่เสรีภาพของตัวเองเท่านั้นแหละ

โอ้ นั่นไง เสรีภาพอีกแล้ว
#4 by Re-Peat Again At 2008-08-20 23:34,
นั่นแหละ เราก็แค่ต้องการเสรีภาพที่จะสร้าง เสรีภาพที่จะรับเท่านั้นเอง ส่วนปัจจัยต่างๆส่วนตัว ไม่ควรนำเข้ามาเกี่ยว
#3 by soundsyndrome At 2008-08-18 22:40,
เสรีภาพ ...
เราไม่ชอบคำ 'เสรีภาพ' มากนักหรอกค่ะ

เพราะเสรีภาพของมนุษย์นั้นซ้อนทับกันได้ง่าย ต่างก็หาคำจำกัดความตาม 'เสรีภาพ'

ยึด 'สิทธิ' งั้นงี้ จนมันรุกรานคนอื่น

เรื่องอื่นที่ลิงก์มา ก็ไม่อยากจะอะไรมาก เพราะมันเป็นอัตตาของทั้งสองฝ่ายจริงๆ ถ้าเขาจะเชื่อในมุมมองของเขา มันก็คือวัฒนธรรม สิ่งที่เขาเจริญเติบโตมาด้วย

และคนเราก็มี 'เสรีภาพ' ที่จะเลือกอยู่ในกรงขังที่เขา 'ศรัทธาเชื่อ' ด้วย

เราว่าที่เรามีเสรีภาพที่แท้จริง ก็คือเราไม่ได้มองเจตนาเขาว่ามาจากศาสนา หรืออะไรทั้งนั้น ชีวิตเรา ชีวิตเขา ชีวิตทุกคน เป็นของตัวเอง ถ้าเขามาโยนขี้ใส่เรา เราเลือกจะรับ หรือเลือกที่จะทิ้ง เลือกจะป้องกันตัว เลือกปาขี้กลับ หรือว่าไม่ใส่ใจ ไม่มีสิ่งไหนถูกผิด นั่นก็เสรีภาพของเรา

เหมือนกับภาพอนาจาร ดูแล้วจะตัดสินใจว่ากระตุ้นอารมณ์ทางเพศ หรือสวยงาม ก็เสรีภาพของเรา

แต่เราชอบใช้คำว่าเสรีภาพไปโจมตีคนอื่นไง ว่าใครเขามีเสรีภาพหรือไม่มี เราว่าเขาเลือกที่จะมีชีวิตอยู่ จะด้วยทางไหน ก็ถือเป็นเสรีภาพของเขาทั้งนั้น

แค่นี้แหละพี่ต้องไปและห้องจะปิด sad smile

(เดี๋ยวไม่ใช่ไปเปิดประเด็นเสรีภาพกับศาสนาอีกนะ จะขำกลิ้งให้ open-mounthed smile)
#2 by เห็ด rosy At 2008-08-18 11:51,
เฮ้อ .... อ่านแล้วอยากเกาหัว
ทำใจให้สบายๆ เพื่อน
#1 by Öam At 2008-08-18 08:26,

อัฐ จารุชนะพงศ์ธร
View full profile